ใช่ว่าผิวธรรมดาจะเป็นผิวที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจดูแลอะไรเป็นพิเศษนัก เพราะหากปล่อยปละละเลยก็อาจกลายเป็นผิวหน้าที่โรยราไม่น่ามองด้วย การดูแลรักษานั้นทำได้ง่ายโดยการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำ ล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่อ่อนๆ และในเวลาที่ต้องออกแดดควรทาครีมกันแดดปกป้องเสียก่อน
ผิวแห้งผิวแห้งนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยได้ง่าย การดูแลจึงควรทำด้วยความทะนุถนอมและใส่ใจเป็นพิเศษโดยการหลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้เกิดความรุนแรงต่อผิวหน้าในด้านต่างๆ เช่น การสัมผัสแสงแดดจัดเป็นเวลานานๆ การสัมผัสกับอากาศร้อนและเย็นจนเกินไป การล้างหน้าอย่างรุนแรง การทำซาวน่า และการใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นประจำ
ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้านั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ นม และโยเกิร์ต เพราะจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นแก่ผิวและช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ สำหรับการล้างหน้านั้นควรใช้โฟมหรือสบู่อ่อนๆ ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับสภาพผิวซึ่งถือเป็นการล้างหน้าที่สะอาดและปลอดภัยที่สุด และต้องจำไว้ด้วยว่าควรล้างอย่างเบามือเท่านั้น
สำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าควรใช้ครีมรองพื้นประเภทที่ป้องกันอาการแพ้ได้หรือที่ระบุว่าเป็นไฮโปอัลเลอร์จิก ส่วนเครื่องสำอางอื่นๆ นั้นควรเลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิว หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ผสมสารกันบูดและน้ำหอมเพื่อป้องกันอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้
และการทำความสะอาดเครื่องสำอางนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนซึ่งมีส่วนผสมของน้ำหรือน้ำแร่ อาจใช้โคลด์ครีมซึ่งอ่อนโยนต่อผิวและทำความสะอาดได้เกลี้ยงเกลาเช่นกัน
ผิวหน้ามันผิวหน้าทีีมันมากๆ นั้นมักมีปัญหาของความสกปรกที่หมักหมมและสิวเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดก็คือให้เลือกชนิดที่ไม่มีน้ำมันหรือมอยส์เจอไรเซอร์มากนัก เพราะผิวที่มันมากอยู่แล้วนั้นสามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้าเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
การทำความสะอาดผิวหน้ามันๆ นั้น การล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่อ่อนๆ 2-3 ครั้งต่อวันก็เพียงพอแล้ว สบู่หรือโฟมที่ใช้ก็ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำมันที่ได้จากพืชอย่างมะพร้าวและอะโวคาโด รวมถึงมอยส์เจอไรเซอร์ก็ไม่มีความจำเป็นด้วย เพราะจะยิ่งเข้าไปเพิ่มความมันให้มากขึ้นไปอีก
โดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปมักคิดว่าหน้ามันๆ นั้นควรล้างบ่อยๆ จะได้สะอาดและไม่มัน แต่ความจริงแล้วการล้างหน้าบ่อยๆ จะป็นการทำให้หน้าแห้งได้ง่ายเพราะน้ำมันธรรมชาติที่สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวถูกชะล้างออกไปจนหมด และการขัดหน้าก็เช่นกันควรขัดไม่เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะการขัดหน้าบ่อยๆ แม้จะทำให้หน้าดูนุ่มเนียนแต่ก็เป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้นด้วย
หากสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวมันๆ ไ้ด้ก็จะเป็นการดี ในส่วนของเครื่องสำอางก็เช่นกันควรเลือกครีมรองพื้นที่ปราศจากไขมัน ประเภทออยส์ฟรีจะดีที่และควรเป็นชนิดน้ำมากกว่าชนิดแป้งแข็ง
รูขุมขนกว้างมักเกิดปัญหานี้ขึ้นที่ใบหน้าบริเวณข้างจมูกและบนจมูกจนทำให้ใบหน้าดูหยาบกร้านไม่สวยงาม โดยรูขุมขนกว้างนั้นจะเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขม้ันโต เราสามารถทำให้รูขุมขนที่กว้างนั้นแคบลงได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA ส่วนการขัดผิวนั้นสามารถทำให้ผิวดูเรียบเนียนได้ในระดับหนึ่ง
เป็นสิ
ว สิวนั้นเกิดได้หลายสาเหตุ แต่สาเหตุใหญ่ๆ ที่พบมักเกิดจากความหมักหมมสกปรกและเรื่องของฮอร์โมน หลักสำคัญในการลดปัญหาสิวก็คือการทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจด ควรใช้โฟมหรือสบู่อ่อนๆ ทำความสะอาดอย่างเบามือ
สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าหรือเครื่องสำอางต่างๆ นั้นควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันมากนักเพราะจะเป็นตัวการทำให้สิวเกิดง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังควรระวังเรื่องการใช้ยาบางชนิด เช่น ฟลูออไรด์ ไอโอไดด์ เมนทาโซน ฮาโลเจน และสเตียรอยด์ รวมไปถึงยาคุมกำเนิดบางชนิดที่เป็นตัวการหนึ่งซึ่งทำให้เกิดสิวได้
เมื่อต้องออกไปข้างนอกหรือกลางแจ้งควรสวมหมวกหรือพกร่มติดตัวไปด้วยเสมอเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่จะทำให้สิวยิ่งมีอาการหนักขึ้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ ที่ทำให้สิวขึ้นง่ายและทำจิตใจให้สงบไม่เครียด
หากทรงผมที่ไว้อยู่เป็นผมม้าหรือเป็นทรงที่ปรกหน้าปรกตาก็ควรเปลี่ยนหรือรวบให้เรียบร้อย เพราะสิวจะเกิดได้ง่ายจากผมสกปรกที่มีการหมักหมมมาปรกหน้าปรกตา นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ชอบดูแลผิวหน้าด้วยการขัิดหน้าในระหว่างที่เป็นสิวก็ควรงดหรือลดความถี่ลง การขัดหน้าบ่อยๆ จะเป็นการกระตุ้นให้สิวลุมลามใหญ่โตได้โดยง่าย หากปัญหาสิวที่เกิดนั้นมีอาการรุนแรงก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ การซื้อยามากินเองหรือหายาตามที่มีโฆษณามารักษานั้นอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรและอาจทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
ริ้วรอยเรื่องของริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้านั้นดูจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณผู้หญิงไม่ว่าในวัยใด เพราะริ้วรอยสามารถเกิดได้ตั้งแต่สาวน้อยไปจนถึงสาวใหญ่ และสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก็มีมากมายไม่ได้มีแค่ความร่วงโรยตามวัยเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้แก่
1. ริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด
2. ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าต่างๆ
3. ริ้วรอยที่เกิดจากการกดทับขณะนอนหลับ
4. ริ้วรอยที่เกิดจากความร่วงโรยของวัย
ผิวไม่กระชับคือผิวที่ขาดความยืดหยุ่นและมีความหย่อนยานไม่เต่งตึงสดใสเหมือนผิวเด็กๆ เพราะผิวหนังชั้นบนสุดมีความสามารถในการกักเก็บน้ำลดลงและเริ่มบางขึ้น ไขมันที่มีอยู่ใต้ผิวหนังก็น้อยลงจนผิวดูหย่อนและไม่กระชับในที่สุด
วิธีการดูแลรักษาที่สามารถเห็นผลได้ทันใจก็คือการทาครีมยกกระชับใบหน้า ครีมประเภทนี้อาจมีราคาแพงแม้จะเห็นผลในทันทีแต่เป็นผลดีแบบชั่วคราวเท่านั้น เพราะหลังทาครีมเพียงไม่กี่ชั่วโมงผิวก็จะกลับมาหย่อนและไม่ตึงกระชับเช่นเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปออกงานในเวลาไม่กี่ชั่วโมงมากกว่าเพราะถือเป็นความงามแบบไม่ถาวร
วิธีการดูแลผิวหน้าที่ไม่กระชับนั้นควรทะนุถนอมผิวหน้าของตัวเองด้วยการพยายามไม่ไปกระตุ้นหรือรบกวนผิวหน้าบ่อยๆ เช่น การนวดหน้าเป็นประจำเพราะคิดว่าจะทำให้หน้าสวยใสนั้นก็ควรลดความถี่ลงมาเหลือเพียงแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ และการนวดหน้านั้นก็ควรทำกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง เพราะการนวดหน้าที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้ผิวหน้าหย่อนยานไม่กระชับแทนได้
การล้างหน้าก็เช่นกัน การล้างหน้าบ่อยๆ และเช็ดหน้าแรงๆ ไม่เป็นผลดีเลยเพียงแค่เราเปิดน้ำแล้ววักน้ำล้างหน้าโดยที่มือไม่สัมผัสผิวหน้าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด การทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ก็เช่นกัน ทาด้วยความนุ่มนวลจะดีที่สุด โดยการทาวนขึ้นไปไม่ใช่วนลงมาเพราะจะทำให้ผิวหย่อนยานได้
จุดด่างดำเป็นอีกปัญหาหนึ่งของคนในแถบเอเชียที่ต้องผจญกับแสงแดดและอากาศร้อนๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แสงแดดนั้นจะเข้าไปกระตุ้นเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีจึงทำให้เกิดจุดด่างดำได้ง่ายๆ แต่วิธีการรักษากลับไม่ง่ายอย่างที่คิดและส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นจุดด่างดำหลายรายมักไม่หาย อย่างดีก็เพียงแค่จางลงเท่านั้น
การดูแลรักษาที่สำคัญที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดจ้าด้วยการสวมหมวก กางร่ม และทาครีมกันแดดเอาไว้ก่อน ควรเป็นครีมกันแดดชนิดที่สามารถป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีได้ และมีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปจะดีที่สุด การทาครีมกันแดดควรทาเป็นระยะๆ เพราะแท้จริงแล้วสารในครีมกันแดดออกฤทธิ์ได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ยิ่งมีค่า SPF น้อยเท่าไรก็ยิ่งออกฤทธิ์ได้สั้นลงเท่านั้น
การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA และวิตามิน A ทาตรงที่เป็นจุดด่างดำก็ได้ผลดีในระดับหนึ่งเช่นกัน ผิวจะเริ่มใสขึ้นและเรียบเนียนเสมอกันเพราะเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปและช่วยฟื้นฟูสภาพผิวไปในตัวด้วยหากกินยาคุมกำเนิดเป็นประจำก็ควรระวังการเกิดจุดด่างดำ เพราะยาคุมกำเนิดบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการเช่นนี้ได้
ฝ้าส่วนใหญ่แล้วฝ้ามักเกิดขึ้นกับผิวหน้าบริเวณแก้ม หน้าผาก คาง จมูกและเหนือริมฝีปาก ความตื้นลึกขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้า และผู้หญิงนั้นเกิดฝ้าได้ง่ายกว่าผู้ชาย เนื่องจากความแข็งแรงของผิวแตกต่างกัน
โดยส่วนใหญ่แล้วฝ้ามักจะเกิดเป็นรอยเข้มสีน้ำตาลตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงแก่เกิดจากเมลานินหรือเซลล์สีผิวถูกกระตุ้นมากเกินกว่าปกติ
ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้านอกจากแสงแดดแล้วยังมีอีกมากมาย เช่น กรรมพันธุ์ การแพ้สารเคมีบางชนิดในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ยาแก้สิว การกินยาุคุมกำเนิดบางชนิด ภาวะของร่างกายขณะตั้งครรภ์ ความผิดปกติของตับและต่อมไร้ท่อบางชนิด
ส่วนวิธีการดูแลรักษาฝ้าสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ควรใช้ครีมกันแดด สวมหมวก หรือกางร่มเป็นประจำ แต่การใช้ครีมกันแดดนั้นควรจะปรีกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดสิวอุดตันได้หากเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ
การรักษาฝ้าต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานและการใส่ใจที่สม่ำเสมอ ซึ่งผลที่ได้อาจไม่เป็นที่พอใจมากนัก เพราะฝ้ารักษาให้ออกไปจากใบหน้าจนหมดจดได้ยาก อย่างดีที่สุดก็เพียงแค่ทิ้งรอยจางๆ เอาไว้เท่านั้น วิธีการรักษาก็มีหลายวิธีด้วยกันคือ
1. การใช้ยา
ส่วนใหญแล้วนิยมรักษาฝ้าโดยการใช้ยาที่เรียกกันว่าคลิกแมนฟอร์มูลา ซึ่งมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ วิตามิน A และไฮโดรควิโนน ยาที่ว่านี้ใช้ไ้ด้ผลดีในระดับหนึ่งแต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงไ้ด้ง่าย เช่น ผิวเกิดการแตกลาย ขนยาวขึ้น ผิวบางลง มีเม็ดและรอยดำๆ เกิดขึ้นได้
2. การใช้สารที่มีผลต่อเซลล์สร้างสีโดยตรง
เช่น สารปรอท ไฮโดรควิโนน ริโคไรซ์หรือสารที่สกัดจากชะเอม อนุพันธ์ของวิตามิน C โคจิกแอซิด สารพีนอล ไนโตรเจนเหลว กรดไตรคลอซิติก รวมถึงการใช้แสงเลเซอร์ที่สามารถทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีอย่างได้ผล
3. การใช้สารที่มีผลทำให้เม็ดสีหลุดลอกเร็ว
เป็นการผลัดเซลล์ผิวให้หลุดลอกออกไปจึงทำให้หน้าดูขาวใสขึ้น มักจะมีส่วนผสมของซาลิไซลิก AHA BHA กรดวิตามิน A อาบูติน แต่มีข้อควรระวังคือการใช้ AHA ในปริมาณสูงๆ นั้นอาจทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นและแห้งกร้านได้
4. การใช้สารที่ช่วยยับยั้งการกระจายของเม็ดสี
สารที่ว่านี้คือสเตียรอยด์ ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ง่ายในช่วงที่หยุดใช้ยา อาจทำให้ผิวบางลงและมีผื่นขึ้นรวมไปถึงมีอาการติดยาได้ในที่สุด
กระกระเป็นอีกปัญหาหนึ่งของผิวหน้าที่คล้ายคลึงกับฝ้าแต่เป็นปัญหาเล็กกว่า และสามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าด้วย กระเกิดจากเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีผลิตเม็ดสีออกมามากผิดปกติ โดยจะเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาลกระจายอยู่ตามใบหน้าส่วนของผิวชั้นนอกหรือหนังกำพร้า ซึ่งถือว่าเป็นชั้นตื้นๆ ไม่เหมือนกับฝ้า มีสาเหตุมาจากการเิกิดปฏิกิริยาของเม็ดสีกับแสงแดดนั่นเอง แต่ก็ใช่ว่าจะมีสาเหตุมาจากแดดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
สาเหตุทางกรรมพันธุ์ก็สำคัญเช่นกัน สังเกตได้จากคนแถบอเมริกาและยุโรปทั้งหลายที่มักเป็นกระกันทุกคน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง กระแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น กระแดด กระเนื้อ กระเด็ก กระลึก ฯลฯ
การป้องกันกระที่ได้ผลก็คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยการสวมหมวก กางร่มและใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปโดยต้องทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงจึงจะได้ผลดี
การรักษากระนั้นสามารถทำได้โดยการใช้ยาทาและยาแต้ม โดยยาทานั้นจ้ะทำหน้าที่ลดการทำงานของเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติ ยาที่ว่านี้ก็คือ ลิโคไรซ์ อาบูติน โคจิกแอซิด ฯลฯ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้งชั้นนอกลอกหลุดออกไปได้เร็วขึ้นจึงทำให้กระที่เป็นอยู่ดูจางลง ยาที่ว่านี้ก็คือ AHA วิตามิน A ฯลฯ
สำหรับยาแต้มนั้นแม้จะได้ผลแต่อาจเกิดรอยดำไหม้และตกสะเก็ดได้ภายหลังการแต้มและหากใช้บ่อยๆ ก็สามารถทำให้เป็นแผลและเกิดรอยช้ำได้ แต่ข้อดีของยาแต้มคือค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่แพงและใช้สะดวก ยาแต้มนี้จะอยู่ในรูปของกรดอ่อนๆ ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายผิวหนังในระดับที่ไม่ลึกมาก โดยจะทำให้ผิวหนังนั้นหลุดลอกออกไปนั่นเอง
ส่วนการรักษากระอีกวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในเวลานี้คือการใช้เลเซอร์ กระที่เป็นอยู่จะจางลงไป โดยเลเซอร์จะไปกระตุ้นให้มีการสร้างผิวใหม่ขึ้น แต่หลังจากทำเลเซอร์แล้วจะมีความยุ่งยากพอสมควรในเรื่องการดูแลรักษา ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด เพราะหากถูกแสงแดดผิวที่บางอยู่แล้วก็จะไม่สามารถทานทนได้ กระที่จางๆ อยู่ก็สามารถเข้มขึ้นและเพิ่มปริมาณมากขึ้นได้อีก