วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เทคนิคการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิว







เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพผิวของคุณเอง

  • ผู้ที่มีผิวแห้งควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ความชุ่มชื้นหรือที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมัน
  • ผู้ที่มีผิวมันควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำัมันเป็นส่วนผสมเพราะจะเป็นกา่รเพิ่มความมันให้มากขึ้น
  • ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรระมัดระวังในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชนิดต่างๆ เป็นพิเศษ ควรดูส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ให้ละเอียดเสียก่อน เพราะบางคนอาจแพ้วิตามิน E สารป้องกันรังสียูวี ฯลฯ
ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กหรือขนาดทดลองมาลองใช้เสียก่อน เพราะหากไม่พอใจหรือเกิดอาการแพ้จะได้ไม่เสียดายเงินและผลิตภัณฑ์ที่เหลือ

หากรู้ตัวว่าแพ้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ก็ไม่ควรทนใช้ต่อไปด้วยความเสียดายเพราะอาจเกิดอันตรายขึ้นได้

ไม่ควรเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนยี่ห้อ เปลี่ยนประเภทของผลิตภัณฑ์ ไปเรื่อยๆ ผิวของเราอาจไม่รับ อาจมีอาการแพ้ และเป็นการเสียเงินโดยใช่เหตุ

ควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่าของแพงคือของดี เพราะความจริงแล้วส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งปลายมักจะมีความคล้ายคลึงกัน ผลิตภัณฑ์ที่มีราคาแพงอาจจะมีส่วนประกอบอื่นๆ แตกต่างกันออกไปบ้าง เช่น อาจจะใส่คอลลาเจน โคเอนไซม์คิวเท็น ชาเขียว ฯลฯ หากมีงบประมาณไม่มากก็สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบบำรุงผิวหลักๆ ซึ่งมีราคากลางๆ ที่ไม่แพงจนเกินไป เพราะส่วนใหญ่แล้วราคาของผลิตภัณฑ์บำรุงที่แพงๆ นั้นมักขึ้นอยู่กับยี่ห้อการโฆษณามากกว่า

อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาและแรงยุจากพนักงานขาย

เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงพอสมควร เพื่อเป็นเครื่องการันตีในความปลอดภัย และได้รับการควบคุมและยอมรับจากกระทรวงสาธารณสุขด้วย
[ ... ]

วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

การดูแลกับทุกสภาวะของผิวหนัง

ผิวธรรมดา
ใช่ว่าผิวธรรมดาจะเป็นผิวที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจดูแลอะไรเป็นพิเศษนัก เพราะหากปล่อยปละละเลยก็อาจกลายเป็นผิวหน้าที่โรยราไม่น่ามองด้วย การดูแลรักษานั้นทำได้ง่ายโดยการใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ที่ให้ความชุ่มชื้นเป็นประจำ ล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่อ่อนๆ และในเวลาที่ต้องออกแดดควรทาครีมกันแดดปกป้องเสียก่อน




ผิวแห้ง
ผิวแห้งนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยได้ง่าย การดูแลจึงควรทำด้วยความทะนุถนอมและใส่ใจเป็นพิเศษโดยการหลีกเลี่ยงสภาวะที่ทำให้เกิดความรุนแรงต่อผิวหน้าในด้านต่างๆ เช่น การสัมผัสแสงแดดจัดเป็นเวลานานๆ การสัมผัสกับอากาศร้อนและเย็นจนเกินไป การล้างหน้าอย่างรุนแรง การทำซาวน่า และการใช้น้ำอุ่นล้างหน้าเป็นประจำ

ในส่วนของครีมบำรุงผิวหน้านั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ นม และโยเกิร์ต เพราะจะช่วยสร้างความชุ่มชื้นแก่ผิวและช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ สำหรับการล้างหน้านั้นควรใช้โฟมหรือสบู่อ่อนๆ ที่มีค่า pH ใกล้เคียงกับสภาพผิวซึ่งถือเป็นการล้างหน้าที่สะอาดและปลอดภัยที่สุด และต้องจำไว้ด้วยว่าควรล้างอย่างเบามือเท่านั้น

สำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าควรใช้ครีมรองพื้นประเภทที่ป้องกันอาการแพ้ได้หรือที่ระบุว่าเป็นไฮโปอัลเลอร์จิก ส่วนเครื่องสำอางอื่นๆ นั้นควรเลือกเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำมันเพื่อช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิว หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ผสมสารกันบูดและน้ำหอมเพื่อป้องกันอาการแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้

และการทำความสะอาดเครื่องสำอางนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนซึ่งมีส่วนผสมของน้ำหรือน้ำแร่ อาจใช้โคลด์ครีมซึ่งอ่อนโยนต่อผิวและทำความสะอาดได้เกลี้ยงเกลาเช่นกัน


ผิวหน้ามัน
ผิวหน้าทีีมันมากๆ นั้นมักมีปัญหาของความสกปรกที่หมักหมมและสิวเกิดขึ้นได้ ดังนั้นการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่ดีที่สุดก็คือให้เลือกชนิดที่ไม่มีน้ำมันหรือมอยส์เจอไรเซอร์มากนัก เพราะผิวที่มันมากอยู่แล้วนั้นสามารถให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหน้าเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

การทำความสะอาดผิวหน้ามันๆ นั้น การล้างหน้าด้วยโฟมหรือสบู่อ่อนๆ 2-3 ครั้งต่อวันก็เพียงพอแล้ว สบู่หรือโฟมที่ใช้ก็ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำมันที่ได้จากพืชอย่างมะพร้าวและอะโวคาโด รวมถึงมอยส์เจอไรเซอร์ก็ไม่มีความจำเป็นด้วย เพราะจะยิ่งเข้าไปเพิ่มความมันให้มากขึ้นไปอีก

โดยส่วนใหญ่แล้วคนทั่วไปมักคิดว่าหน้ามันๆ นั้นควรล้างบ่อยๆ จะได้สะอาดและไม่มัน แต่ความจริงแล้วการล้างหน้าบ่อยๆ จะป็นการทำให้หน้าแห้งได้ง่ายเพราะน้ำมันธรรมชาติที่สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวถูกชะล้างออกไปจนหมด และการขัดหน้าก็เช่นกันควรขัดไม่เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะการขัดหน้าบ่อยๆ แม้จะทำให้หน้าดูนุ่มเนียนแต่ก็เป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้นด้วย

หากสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่เหมาะกับสภาพผิวมันๆ ไ้ด้ก็จะเป็นการดี ในส่วนของเครื่องสำอางก็เช่นกันควรเลือกครีมรองพื้นที่ปราศจากไขมัน ประเภทออยส์ฟรีจะดีที่และควรเป็นชนิดน้ำมากกว่าชนิดแป้งแข็ง


รูขุมขนกว้าง
มักเกิดปัญหานี้ขึ้นที่ใบหน้าบริเวณข้างจมูกและบนจมูกจนทำให้ใบหน้าดูหยาบกร้านไม่สวยงาม โดยรูขุมขนกว้างนั้นจะเกิดในบริเวณที่มีต่อมไขม้ันโต เราสามารถทำให้รูขุมขนที่กว้างนั้นแคบลงได้โดยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มีส่วนผสมของ AHA ส่วนการขัดผิวนั้นสามารถทำให้ผิวดูเรียบเนียนได้ในระดับหนึ่ง




เป็นสิ
สิวนั้นเกิดได้หลายสาเหตุ แต่สาเหตุใหญ่ๆ ที่พบมักเกิดจากความหมักหมมสกปรกและเรื่องของฮอร์โมน หลักสำคัญในการลดปัญหาสิวก็คือการทำความสะอาดใบหน้าให้หมดจด ควรใช้โฟมหรือสบู่อ่อนๆ ทำความสะอาดอย่างเบามือ

สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าหรือเครื่องสำอางต่างๆ นั้นควรเลือกชนิดที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันมากนักเพราะจะเป็นตัวการทำให้สิวเกิดง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังควรระวังเรื่องการใช้ยาบางชนิด เช่น ฟลูออไรด์ ไอโอไดด์ เมนทาโซน ฮาโลเจน และสเตียรอยด์ รวมไปถึงยาคุมกำเนิดบางชนิดที่เป็นตัวการหนึ่งซึ่งทำให้เกิดสิวได้

เมื่อต้องออกไปข้างนอกหรือกลางแจ้งควรสวมหมวกหรือพกร่มติดตัวไปด้วยเสมอเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่จะทำให้สิวยิ่งมีอาการหนักขึ้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารมันๆ ที่ทำให้สิวขึ้นง่ายและทำจิตใจให้สงบไม่เครียด

หากทรงผมที่ไว้อยู่เป็นผมม้าหรือเป็นทรงที่ปรกหน้าปรกตาก็ควรเปลี่ยนหรือรวบให้เรียบร้อย เพราะสิวจะเกิดได้ง่ายจากผมสกปรกที่มีการหมักหมมมาปรกหน้าปรกตา นอกจากนี้สำหรับผู้ที่ชอบดูแลผิวหน้าด้วยการขัิดหน้าในระหว่างที่เป็นสิวก็ควรงดหรือลดความถี่ลง การขัดหน้าบ่อยๆ จะเป็นการกระตุ้นให้สิวลุมลามใหญ่โตได้โดยง่าย หากปัญหาสิวที่เกิดนั้นมีอาการรุนแรงก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ การซื้อยามากินเองหรือหายาตามที่มีโฆษณามารักษานั้นอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรและอาจทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้


ริ้วรอย
เรื่องของริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้านั้นดูจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณผู้หญิงไม่ว่าในวัยใด เพราะริ้วรอยสามารถเกิดได้ตั้งแต่สาวน้อยไปจนถึงสาวใหญ่ และสาเหตุของการเกิดริ้วรอยก็มีมากมายไม่ได้มีแค่ความร่วงโรยตามวัยเท่านั้น สาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้แก่



1. ริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด
2. ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าต่างๆ
3. ริ้วรอยที่เกิดจากการกดทับขณะนอนหลับ
4. ริ้วรอยที่เกิดจากความร่วงโรยของวัย


ผิวไม่กระชับ
คือผิวที่ขาดความยืดหยุ่นและมีความหย่อนยานไม่เต่งตึงสดใสเหมือนผิวเด็กๆ เพราะผิวหนังชั้นบนสุดมีความสามารถในการกักเก็บน้ำลดลงและเริ่มบางขึ้น ไขมันที่มีอยู่ใต้ผิวหนังก็น้อยลงจนผิวดูหย่อนและไม่กระชับในที่สุด

วิธีการดูแลรักษาที่สามารถเห็นผลได้ทันใจก็คือการทาครีมยกกระชับใบหน้า ครีมประเภทนี้อาจมีราคาแพงแม้จะเห็นผลในทันทีแต่เป็นผลดีแบบชั่วคราวเท่านั้น เพราะหลังทาครีมเพียงไม่กี่ชั่วโมงผิวก็จะกลับมาหย่อนและไม่ตึงกระชับเช่นเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปออกงานในเวลาไม่กี่ชั่วโมงมากกว่าเพราะถือเป็นความงามแบบไม่ถาวร

วิธีการดูแลผิวหน้าที่ไม่กระชับนั้นควรทะนุถนอมผิวหน้าของตัวเองด้วยการพยายามไม่ไปกระตุ้นหรือรบกวนผิวหน้าบ่อยๆ เช่น การนวดหน้าเป็นประจำเพราะคิดว่าจะทำให้หน้าสวยใสนั้นก็ควรลดความถี่ลงมาเหลือเพียงแค่สัปดาห์ละครั้งก็พอ และการนวดหน้านั้นก็ควรทำกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญโดยตรง เพราะการนวดหน้าที่ไม่ถูกวิธีอาจทำให้ผิวหน้าหย่อนยานไม่กระชับแทนได้

การล้างหน้าก็เช่นกัน การล้างหน้าบ่อยๆ และเช็ดหน้าแรงๆ ไม่เป็นผลดีเลยเพียงแค่เราเปิดน้ำแล้ววักน้ำล้างหน้าโดยที่มือไม่สัมผัสผิวหน้าเป็นวิธีการที่ดีที่สุด การทาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวต่างๆ ก็เช่นกัน ทาด้วยความนุ่มนวลจะดีที่สุด โดยการทาวนขึ้นไปไม่ใช่วนลงมาเพราะจะทำให้ผิวหย่อนยานได้


จุดด่างดำ
เป็นอีกปัญหาหนึ่งของคนในแถบเอเชียที่ต้องผจญกับแสงแดดและอากาศร้อนๆ ไม่เว้นแต่ละวัน แสงแดดนั้นจะเข้าไปกระตุ้นเมลานินหรือเซลล์เม็ดสีจึงทำให้เกิดจุดด่างดำได้ง่ายๆ แต่วิธีการรักษากลับไม่ง่ายอย่างที่คิดและส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นจุดด่างดำหลายรายมักไม่หาย อย่างดีก็เพียงแค่จางลงเท่านั้น

การดูแลรักษาที่สำคัญที่สุดก็คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดจ้าด้วยการสวมหมวก กางร่ม และทาครีมกันแดดเอาไว้ก่อน ควรเป็นครีมกันแดดชนิดที่สามารถป้องกันรังสียูวีเอและยูวีบีได้ และมีค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปจะดีที่สุด การทาครีมกันแดดควรทาเป็นระยะๆ เพราะแท้จริงแล้วสารในครีมกันแดดออกฤทธิ์ได้ไม่เกิน 6 ชั่วโมง ยิ่งมีค่า SPF น้อยเท่าไรก็ยิ่งออกฤทธิ์ได้สั้นลงเท่านั้น

การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA และวิตามิน A ทาตรงที่เป็นจุดด่างดำก็ได้ผลดีในระดับหนึ่งเช่นกัน ผิวจะเริ่มใสขึ้นและเรียบเนียนเสมอกันเพราะเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไปและช่วยฟื้นฟูสภาพผิวไปในตัวด้วยหากกินยาคุมกำเนิดเป็นประจำก็ควรระวังการเกิดจุดด่างดำ เพราะยาคุมกำเนิดบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการเช่นนี้ได้


ฝ้า
ส่วนใหญ่แล้วฝ้ามักเกิดขึ้นกับผิวหน้าบริเวณแก้ม หน้าผาก คาง จมูกและเหนือริมฝีปาก ความตื้นลึกขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้า และผู้หญิงนั้นเกิดฝ้าได้ง่ายกว่าผู้ชาย เนื่องจากความแข็งแรงของผิวแตกต่างกัน

โดยส่วนใหญ่แล้วฝ้ามักจะเกิดเป็นรอยเข้มสีน้ำตาลตั้งแต่สีอ่อนไปจนถึงแก่เกิดจากเมลานินหรือเซลล์สีผิวถูกกระตุ้นมากเกินกว่าปกติ

ปัจจัยที่ทำให้เกิดฝ้านอกจากแสงแดดแล้วยังมีอีกมากมาย เช่น กรรมพันธุ์ การแพ้สารเคมีบางชนิดในเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ยาแก้สิว การกินยาุคุมกำเนิดบางชนิด ภาวะของร่างกายขณะตั้งครรภ์ ความผิดปกติของตับและต่อมไร้ท่อบางชนิด

ส่วนวิธีการดูแลรักษาฝ้าสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง ควรใช้ครีมกันแดด สวมหมวก หรือกางร่มเป็นประจำ แต่การใช้ครีมกันแดดนั้นควรจะปรีกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองและเกิดสิวอุดตันได้หากเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงๆ

การรักษาฝ้าต้องอาศัยเวลาที่ยาวนานและการใส่ใจที่สม่ำเสมอ ซึ่งผลที่ได้อาจไม่เป็นที่พอใจมากนัก เพราะฝ้ารักษาให้ออกไปจากใบหน้าจนหมดจดได้ยาก อย่างดีที่สุดก็เพียงแค่ทิ้งรอยจางๆ เอาไว้เท่านั้น วิธีการรักษาก็มีหลายวิธีด้วยกันคือ

1. การใช้ยา
ส่วนใหญแล้วนิยมรักษาฝ้าโดยการใช้ยาที่เรียกกันว่าคลิกแมนฟอร์มูลา ซึ่งมีส่วนผสมของสเตียรอยด์ วิตามิน A และไฮโดรควิโนน ยาที่ว่านี้ใช้ไ้ด้ผลดีในระดับหนึ่งแต่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงไ้ด้ง่าย เช่น ผิวเกิดการแตกลาย ขนยาวขึ้น ผิวบางลง มีเม็ดและรอยดำๆ เกิดขึ้นได้

2. การใช้สารที่มีผลต่อเซลล์สร้างสีโดยตรง
เช่น สารปรอท ไฮโดรควิโนน ริโคไรซ์หรือสารที่สกัดจากชะเอม อนุพันธ์ของวิตามิน C โคจิกแอซิด สารพีนอล ไนโตรเจนเหลว กรดไตรคลอซิติก รวมถึงการใช้แสงเลเซอร์ที่สามารถทำลายเซลล์สร้างเม็ดสีอย่างได้ผล

3. การใช้สารที่มีผลทำให้เม็ดสีหลุดลอกเร็ว
เป็นการผลัดเซลล์ผิวให้หลุดลอกออกไปจึงทำให้หน้าดูขาวใสขึ้น มักจะมีส่วนผสมของซาลิไซลิก AHA BHA กรดวิตามิน A อาบูติน แต่มีข้อควรระวังคือการใช้ AHA ในปริมาณสูงๆ นั้นอาจทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื้นและแห้งกร้านได้

4. การใช้สารที่ช่วยยับยั้งการกระจายของเม็ดสี
สารที่ว่านี้คือสเตียรอยด์ ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ง่ายในช่วงที่หยุดใช้ยา อาจทำให้ผิวบางลงและมีผื่นขึ้นรวมไปถึงมีอาการติดยาได้ในที่สุด


กระ
กระเป็นอีกปัญหาหนึ่งของผิวหน้าที่คล้ายคลึงกับฝ้าแต่เป็นปัญหาเล็กกว่า และสามารถแก้ไขได้ง่ายกว่าด้วย กระเกิดจากเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสีผลิตเม็ดสีออกมามากผิดปกติ โดยจะเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาลกระจายอยู่ตามใบหน้าส่วนของผิวชั้นนอกหรือหนังกำพร้า ซึ่งถือว่าเป็นชั้นตื้นๆ ไม่เหมือนกับฝ้า มีสาเหตุมาจากการเิกิดปฏิกิริยาของเม็ดสีกับแสงแดดนั่นเอง แต่ก็ใช่ว่าจะมีสาเหตุมาจากแดดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

สาเหตุทางกรรมพันธุ์ก็สำคัญเช่นกัน สังเกตได้จากคนแถบอเมริกาและยุโรปทั้งหลายที่มักเป็นกระกันทุกคน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในระหว่างตั้งครรภ์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง กระแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น กระแดด กระเนื้อ กระเด็ก กระลึก ฯลฯ

การป้องกันกระที่ได้ผลก็คือการหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยการสวมหมวก กางร่มและใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 ขึ้นไปโดยต้องทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมงจึงจะได้ผลดี

การรักษากระนั้นสามารถทำได้โดยการใช้ยาทาและยาแต้ม โดยยาทานั้นจ้ะทำหน้าที่ลดการทำงานของเซลล์เม็ดสีที่ผิดปกติ ยาที่ว่านี้ก็คือ ลิโคไรซ์ อาบูติน โคจิกแอซิด ฯลฯ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้ผิวหน้งชั้นนอกลอกหลุดออกไปได้เร็วขึ้นจึงทำให้กระที่เป็นอยู่ดูจางลง ยาที่ว่านี้ก็คือ AHA วิตามิน A ฯลฯ

สำหรับยาแต้มนั้นแม้จะได้ผลแต่อาจเกิดรอยดำไหม้และตกสะเก็ดได้ภายหลังการแต้มและหากใช้บ่อยๆ ก็สามารถทำให้เป็นแผลและเกิดรอยช้ำได้ แต่ข้อดีของยาแต้มคือค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่แพงและใช้สะดวก ยาแต้มนี้จะอยู่ในรูปของกรดอ่อนๆ ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายผิวหนังในระดับที่ไม่ลึกมาก โดยจะทำให้ผิวหนังนั้นหลุดลอกออกไปนั่นเอง

ส่วนการรักษากระอีกวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในเวลานี้คือการใช้เลเซอร์ กระที่เป็นอยู่จะจางลงไป โดยเลเซอร์จะไปกระตุ้นให้มีการสร้างผิวใหม่ขึ้น แต่หลังจากทำเลเซอร์แล้วจะมีความยุ่งยากพอสมควรในเรื่องการดูแลรักษา ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด เพราะหากถูกแสงแดดผิวที่บางอยู่แล้วก็จะไม่สามารถทานทนได้ กระที่จางๆ อยู่ก็สามารถเข้มขึ้นและเพิ่มปริมาณมากขึ้นได้อีก
[ ... ]

วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ผิวหนังในแต่ละชั้น













ผิวหนังของคนเรานั้นมีส่วนประักอบด้วยกันทั้งหมดถึง 3 ชั้น ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่

ชั้นหนังกำพร้าหรือผิวชั้นนอก
ผิวชนิดนี้มีความบอบบางมากๆ ซึ่งจะประกอบด้วยเซลล์ถึง 5 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นชั้นที่จะหลุดออกมาเป็นขี้ไคลในเวลาต่อมา เพราะเป็นเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งปิดทับเซลล์ผิวชั้นอื่นๆ อยู่นั่นเอง

ชั้นหนังแท้
ผิวในชั้นนี้จะมีความสัมพันธ์กับสภาพของผิวว่าจะมีความเต่งตึงหรือเหี่ยวย่นเพราะมีอิลาสตินและคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักนั่นเอง โดยชั้นของหนังแท้นั้นจะประกอบไปด้วยต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน เส้นเลือด รากขน และต่อมไขมันปลายประสาท รวมทั้งยังมีความหนากว่าผิวชั้นนอก 20-40 เท่าด้วย

ชั้นใต้ผิวหนัง
เป็นผิวหนังชั้นที่ลึกที่สุดและมีความสำคัญไม่แพ้ผิวหน้งชั้นอื่นๆ ผิวหน้งชั้นนี้จะประกอบด้วยไฟเบอร์และไขมัน จึงช่วยในเรื่องของการมีทรวดทรงโค้งเว้าและนุ่มนวลน่ามอง รวมไปถึงยังมีความยืดหยุ่นช่วยลดแรงกระแทกต่างๆ และสะสมพลังงานได้ด้วย
[ ... ]

สีผิวกับการดูแลรักษา

ผิวขาว
เป็นผิวที่โชคดีโดยกำเนิด เพราะผิวสีขาวนั้นดูอย่างไรก็สวยสะอาด ยิ่งผิวมีความเนียนและยืดหยุ่นก็ยิ่งเพิ่มความน่ามองได้อีกมาก ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีผิวขาวนั้นมักจะเป็นคนในแถบยุโรปและอเมริกา ซึ่งจะมีความขาวในระดับที่แตกต่างกันไปตั้งแต่ขาวนวลไปจนถึงขาวซีด

ข้อดีของผิวขาวนอกจากความสวยความงามแล้วก็คือ ผิวขาวนั้นแม้จะเป็นผิวที่ไวต่อแสงแดดเพราะมีเมลานินมาปกป้องน้อยกว่าผิวสีอื่น ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานผิวที่ไหม้เกรียมหรือคล้ำลงเล็กน้อยนั้นก็จะกลับมาขาวใสได้ดังเดิม นอกจากนี้ผิขาวยังเป็นผิวที่ตอบสนองต่อการบำรุงทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงการขัดผิว การยกกระชับผิวหน้า และการผลัดเซลล์ผิวด้วย

แต่ผู้ที่มีผิวขาวก็ไม่ควรชะล่าใจเพราะผิวขาวเป็นผิวที่ไวต่อแสงแดด ควรใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวโดยเฉพาะครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้งด้วย เพราะหากผิวโดนแดดเป็นเวลานานๆ ผิวอาจไหม้เกรียมและเกิดริ้วรอยก่อนวัยด้วยเช่นกัน และหากผิวโดนแดดเป็นประจำโดยไม่มีการดูแลรักษาความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนังก็มีสูง



ผิวเหลือง
เป็นผิวที่จัดว่าน่ามองไม่แ้พ้ผิวสีขาวๆ ทั้งหลาย เพราะเป็นผิวที่ีไม่คล้ำจนเกินไปและไม่ขาวซีดจนดูเหมือนคนสุขภาพไม่ดี ผิวชนิดนี้จะมีสีที่อยู่ระหว่างสีเบจอ่อนๆ แบบดูแล้วนุ่มนวลไปจนถึงสีแทนที่ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแรงและมีสุขภาพดี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผิวสีนี้จะพบมากในคนเอเชีย เช่น คนไทย คนจีน

ผิวประเภทนี้จัดได้ว่ามีความทนทานต่อแสงแดดค่อนข้างสูง มักไม่ค่อยมีปัญหาผิวไหม้เกรียมจากแดดเท่าไรนัก และมักมีความนุ่มเนียนละเอียด รูขุมขนก็ไม่กว้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วคนผิวเหลือมักมีปัญหาเรื่องสีผิวที่ไม่ค่อยสม่ำเสมอกันนักและมักมีผิวที่ค่อนข้างแห้งซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวมีปัญหาในเรื่องริ้วรอยได้ง่ายด้วย

การดูแลผิวจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงที่เหมาะสำหรับคนผิวแห้งมาใช้ การดื่มน้ำมากๆ เป็นประจำก็จะทำให้ผิวแลดูชุ่มชื้นและสดใสขึ้น เพราะผิวสีเหลืองนี้หากไม่ดูแลอย่างถูกวิธีหรือละเลยก็จะทำให้กลายเป็นคนผิวแห้งเหลืองซีดดูหมองคล้ำไปได้



ผิวคล้ำ
สีผิวประเภทนี้แม้จะดูไม่สดใสสวยงามเท่าที่ควร แต่ถ้าได้รับการดูแลผิวดีๆ และทำให้ผิวสะอาดอยู่เสมอก็สามารถสร้างเสริมความน่ามองให้กับผิวได้เช่นกัน มักพบในคนแถบเอเชีย เช่น อินโดนิเซีย มาเลเซีย และคนไทยในภาคใต้ของเรา

คนที่มีสีผิวประเภทนี้มีข้อดีอยู่อย่างคือ ไม่ค่อยมีปัญหาผิวพรรณจากแสงแดดมากนัก เพราะผิวนั้นมีความทนทานกว่าสีผิวประเภทอื่นๆ มีความเนียนเรียบและยืดหยุ่นได้ดี เรียกว่าถึงจะคล้ำแต่ก็เนียนน่าสัมผัส

ผิวประเภทนี้จึงไม่ค่อยมีปัญหาริ้วรอยก่อนวัยเหมือนคนที่มีผิวขาวๆ ทั้งหลาย เพราะคนผิวคล้ำนั้นมีต่อมไขมันอยู่หนาแน่นกว่าคนผิวขาวที่มักมีผิวแห้งและเกิดริ้วรอยได้ง่าย แต่ก็มีข้อควรระวังอยู่บ้างก็คือการที่มีผิวค่อนข้างมันนั้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ง่าย การดูแลรักษาความสะอาดของผิวพรรณจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
[ ... ]

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ผิวแต่ละประเภท

ผิวนั้นถือเป็นปราการด่านแรกของร่างกายคนเรา และเป็นปราการที่ต้องการการดูแลไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่น ๆ เพราะผิวเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดและมองเห็นได้ชัดเจนที่สุด ดังนั้นในเรื่องของความสวยความงามจึงต้องเน้นที่การดูแลผิวพรรณเป็นพิเศษ

สมัยนี้วิวัฒนาการด้านการบำรุงบำเรอและสร้างสรรค์ความงามของมนุษย์เราเจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีตั้งแต่การนำภูมิปัญญาของคนในสมัยก่อนจากหลาย ๆ ประเทศมาปรับประยุกต์ใช้ หรือจะเป็นการนำเอาเทคโนโลยีและเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ มาช่วยดูแลผิวพรรณของเรา มีการคิดค้นสูตรที่สามารถทำให้ผิวสวยไร้ปัญหาออกมามากมาย มีการใข้สารเคมีและสมุนไพร มีการใช้วิธีทางการแพทย์อย่างวิธีการทำศัลยกรรมเข้ามาร่วมด้วย เรียกได้ว่าถ้าอยากมีผิวสวยใสก็สามารถเลือกได้หลากหลายวิธี โดยเรามารู้จักผิวแต่ละประเภทกันดีกว่าว่ามีผิวอย่างไรบ้าง

ผิวแต่ละประเภท

ผิวธรรมดา
ถือว่าเป็นผิวสุขภาพดีที่ไม่มีปัญหาอะไร ผิวธรรมดานี้จะมีความเรียบเนียนและยืดหยุ่นดี รูขุมขนจะละเอียด ผิวไม่แห้งเป็นขุยหรือมันจนเกินไป





ผิวบอบบาง
เป็นผิวที่มักแพ้ผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวได้บ่อย ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีผิวบอบบาง มักมีกรรมพันธุ์เป็นโรคภูมิแพ้ รวมถึงการที่มีผิวแห้งอีกด้วย มักมีอาการผื่นคันเป็นสิว หรือเกิดรอยไหม้ได้ง่าย ทางที่ดีคือการหยุดใช้ผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะทำให้เกิดอาการแพ้และรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที



ผิวมัน
เป็นผิวที่ขับน้ำมันส่วนเกินออกมามากผิดปกติผิวจึงดูมันเยิ้ม มีรูขุมขนกว้าง ผิวมักไม่เรียบ มีปัญหาสิวอุดตันและสิวเสี้ยนเกิดได้ง่ายกว่าทุกสภาพผิวด้วย



ผิวแห้ง
ผิวประเภทนี้ดีอยู่อย่างตรงที่จะมีความเรียบเนียน รูขุมขนไม่กว้าง ไม่ค่อยมีปัญหาสิวเสี้ยนแบบผู้ที่มีผิวประเภทอื่น ๆ แต่ข้อเสียก็คือผิวนั้นจะแห้งและขึ้นเป็นขุยได้ง่ายโดยเฉพาะหลังการชำระล้างมาใหม่ ๆ รวมไปถึงเรื่องของริ้วรอยนั้นก็มักเกิดได้ง่ายและเร็วกว่าผิวประเภทอื่น


ผิวผสม
ผิวผสมนั้นเป็นผิวที่มีความยุ่งยากในการดูแล เพราะลักษณะของผิวจะมีผิวหลายประเภทผสมกัน ส่วนใหญ่ที่บริเวณแก้มมักมีความแห้งกร้านและเป็นขุย ส่วนบริเวณหน้าผากและจมูกที่เรียกว่าทีโซนนั้นก็มักจะมีความมันจนเกินไป การดูแลผิวจึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวประเภทนี้เท่านั้น
[ ... ]
 

©2009 Natural Health | by TNB